ประวัติกองบริการการศึกษา
ประวัติความเป็นมา
เมื่อ พ.ศ. 2518 ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 วิทยาลัยครูเป็นส่วนราชการในกรมการฝึกหัดครูสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแบ่งส่วนราชการเป็น
สำนักงานอธิการบดี และคณะวิชาโดยสำนักงานอธิการบดี แบ่งส่วนราชการออกเป็นแผนกซึ่งสำนักส่งเสริมวิชาการในขณะนั้นมีฐานะเป็นแผนกเรียกว่า “แผนกทะเบียนและวัดผล”
มีหัวหน้าหน่วยงานในตำแหน่ง “หัวหน้าแผนกทะเบียนและวัดผล” มีภารกิจ คือ รับผิดชอบหลักสูตรและแผนการเรียนการจัดการเรียนการสอน งานทะเบียนและวัดผลนักศึกษา
พ.ศ. 2527 มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยวิทยาลัยครูโดยแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 เป็นพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527
มีสาระสำคัญ คือ มาตรา 7 วิทยาลัยครูแต่ละแห่งมีส่วนราชการ ดังนี้
1. สำนักงานอธิการบดี
2. คณะวิชา
3. หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ สำนักงานอธิการบดี อาจแบ่งเป็นฝ่ายหรือแผนก คณะวิชา อาจแบ่งเป็นภาควิชา หรือสาขาวิชา
ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527 แผนกทะเบียนและวัดผลเข้าสังกัดในหน่วยส่งเสริมวิชาการชื่อ “สำนักส่งเสริมวิชาการ” และ
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 12 มีนาคม 2530 ได้แบ่งฝ่ายในสำนักส่งเสริมวิชาการ เป็น 6 ฝ่าย ดังนี้
1. ฝ่ายเลขานุการ
2. ฝ่ายแผนงานและวัดผล
3. ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา
4. ฝ่ายหลักสูตรและแผนการเรียน
5. ฝ่ายหอสมุด
6. ฝ่ายเอกสารตำรา
มีหัวหน้าหน่วยงานเป็น “หัวหน้าสำนักส่งเสริมวิชาการ” ขึ้นตรงต่อรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” เป็นชื่อสถาบันการศึกษาในกรมการฝึกหัดครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการแทนชื่อ “วิทยาลัยครู” ทำให้
สำนักส่งเสริมวิชาการมีฐานะเป็นส่วนราชการเพื่อส่งเสริมงานวิชาการของสถาบันราชภัฏในกรมฝึกหัดครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในตำแหน่ง
“ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการ” ขึ้นตรงกับรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมีการแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
1. ฝ่ายหลักสูตรและแผนการเรียน
2. ฝ่ายทะเบียนและการประเมินผล
3. ฝ่ายเอกสารการพิมพ์
4. ฝ่ายหอสมุด
พ.ศ. 2538 ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2538 ทำให้สถาบันราชภัฏมีฐานะเป็นส่วนราชการในสำนักงาน
สภาสถาบันราชภัฏ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และในปีเดียวกันนี้ วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2538 สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการ
ในสถาบันราชภัฏเพื่อความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 มีการเปลี่ยนแปลงฐานะของสำนักส่งเสริมวิชาการให้มีฐานะ
เทียบเท่าคณะเป็นกลุ่มงานสนับสนุนกิจการสถาบัน มีชื่อใหม่เป็นสำนักทะเบียนและประมวลผล มีตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล”
ขึ้นตรงกับรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มีภารกิจ คือ รับผิดชอบงานหลักสูตรและแผนการเรียน งานทะเบียนและประมวลผล มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งส่วนราชการ เป็น 4 ฝ่าย ดังนี้
1. ฝ่ายหลักสูตรและแผนการเรียน
2. ฝ่ายทะเบียนและประวัตินักศึกษา
3. ฝ่ายทะเบียนและวัดผล
4. ฝ่ายเลขานุการ
27 กันยายน พ.ศ.2542 ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสถาบันราชภัฏ ทำให้สำนักทะเบียนและประมวลผลเปลี่ยนเป็นสำนักส่งเสริมวิชาการ มีการแบ่งส่วนราชการ
เป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. สำนักงานเลขานุการ
2. ส่วนหลักสูตรและแผนการเรียน
3. ส่วนทะเบียนและวัดผล
การดำเนินงานยังครอบคลุมภารกิจเช่นเดียวกับปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา มีตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการ” และขึ้นตรงกับ
รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
เมื่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ประกาศใช้ ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นนิติบุคคล จึงจำเป็นต้องมีกรอบอัตรากำลังเป็นของมหาวิทยาลัย
ประกอบกับมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้ “สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนดกรอบของตำแหน่ง
อันดับเงินเดือนของตำแหน่ง และจำนวนของข้าราชการพลเรือนในสถาบัน อุดมศึกษาที่พึงมี ในสถาบันอุดมศึกษานั้น รวมทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ
ของตำแหน่งและคุณสมบัติ เฉพาะตำแหน่ง”ดังนั้นมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีจึงได้ดำเนินการจัดทำกรอบอัตรากำลังในส่วนของข้าราชการฯ สายสนับสนุน
โดยประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. 2547 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 มาตรา 10 วรรคสาม
วรรคสี่ วรรคห้า และมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักงานอธิการบดี ดังนี้
1. กองกลาง
2. กองนโยบายและแผน
3. กองบริการการศึกษา
4. กองพัฒนานักศึกษา
ข้อ 2 ให้แบ่งส่วนราชการในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดังนี้
1. สำนักงานคณบดี
2. ภาควิชามนุษยศาสตร์
3. ภาควิชาสังคมศาสตร์
ข้อ 3 ให้แบ่งส่วนราชการในคณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาการจัดการ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เป็นสำนักงานคณบดี
ข้อ 4 ให้แบ่งส่วนราชการในสถาบันวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เป็นสำนักงานผู้อำนวยการ
โดยประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2549
เมื่อกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดตั้งส่วนราชการประกาศใช้บังคับ ได้จัดให้มีการประชุมคณะทำงานของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และบุคลากร
ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ภาระงานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละหน่วยงานจากภาระงานตามที่ปฏิบัติจริง
โดยสำนักส่งเสริมวิชาการ มีฐานะเป็นกอง สังกัดสำนักงานอธิการบดี และมีชื่อว่ากองบริการการศึกษา มีการแบ่งหน่วยงานภายในกองบริการการศึกษาออกเป็น 4 งาน ดังนี้ คือ
1. งานธุรการ
2. งานรับเข้าศึกษา
3. งานบริการการศึกษา
4. งานส่งเสริมวิชาการ
มีตำแหน่งหัวหน้ากองบริการการศึกษา เรียกว่า “ผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา” ผู้บังคับบัญชาคือผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี และผู้บังคับบัญชาลำดับสูงขึ้นไป
คือรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มีตำแหน่งหัวหน้างาน 4 งาน ดังนี้ คือ หัวหน้างานธุรการ หัวหน้างานรับเข้าศึกษา หัวหน้างานบริการการศึกษา และหัวหน้างานส่งเสริมวิชาการ
ผู้อำนวยการกองบริการการศึกษา มีภารกิจ คือ การวางแผน การควบคุม การประสานงาน การตรวจสอบ การวินิจฉัยสั่งการ การมอบหมายงาน การติดตามและการประเมินผล
การปฏิบัติงานการให้คำแนะนำการเป็นที่ปรึกษา การสอนงาน การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา การปรับปรุงและพัฒนางาน การสนับสนุน ในงานบริการการศึกษา และงานอื่น ๆ
ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
ผู้บริหารหน่วยงานกองบริการการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่
| รายนามหัวหน้ากองบริการการศึกษา | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. นายอนันต์ ทองทา | 1 พฤศจิกายน 2530 - 30 ตุลาคม 2534 |
| 2. นายพีระพงษ์ ศรีเหนี่ยง | 1 พฤศจิกายน 2534 - 11 มิถุนายน 2538 |
| 3. ผศ.ชวัชร์ ยิ้มพงษ์ | 12 มิถุนายน 2538 - 10 พฤษภาคม 2542 |
| 4. ผศ.ประกอบ สมร่าง | 11 พฤษภาคม 2542 - 4 กุมภาพันธ์ 2546 |
| 5. ผศ.วันทนี ปานเจริญ | 5 กุมภาพันธ์ 2546 - 10 มีนาคม 2548 |
| 6. นางศุภศร ยินดีสุข | 27 ตุลาคม 2549 - 3 มกราคม 2564 |
| 7. นางศรีไพร วงษ์วาน | 4 มกราคม 2564 - 30 กันยายน 2568 |
| 8. นางวลัยภรณ์ เกตุยา | 15 ตุลาคม 2568 - ปัจจุบัน |